‘สกิน ลาบอราทอรี่ (SKIN)’ คาดเข้าเทรด mai ในปีนี้ เสิร์ฟกระแส T-Beauty ดันแบรนด์ไทยโตต่อเนื่อง

“บมจ.สกิน ลาบอราทอรี่ (SKIN)” คาดเข้าเทรดตลาด mai ภายในปีนี้ ขาย IPO 44 ล้านหุ้น เสริมศักยภาพเติบโตระยะยาว

มั่นใจอานิสงส์กระแส T-Beauty หนุนแบรนด์ Skinsista และ Dermie ขยายฐานลูกค้า ทั้งออนไลน์–ออฟไลน์ ตั้งเป้าออกสินค้าใหม่ไม่น้อยกว่า 10 SKU ในครึ่งปีหลัง รับดีมานด์ตลาดบิวตี้ไทย

นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกิน ลาบอราทอรี่ จํากัด (มหาชน) หรือ SKIN ผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านความงามแบรนด์ไทยที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้ โดยมีแผนจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 44 ล้านหุ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโต และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับบริษัทในระยะยาว

แผนการเข้าจดทะเบียน mai และการเสนอขาย IPO

โดยบริษัท ได้ปัจจัยหนุน จากกระแส T-Beauty ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ผลิตในประเทศมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทในการผลักดันผลิตภัณฑ์ผ่านแบรนด์ Skinsista (สกินซิสต้า) และแบรนด์เวชสำอางน้องใหม่ Dermie (เดอร์มี่) ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ่านการขยายช่องทางจำหน่ายที่ครอบคลุมมากขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ส่งผลให้ยอดขายเติบโตได้ในเกณฑ์ดี

ตลาดบิวตี้ไทยยังโตแรง สวนทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ttb analytics ระบุมูลค่าตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 13.3 % เมื่อเทียบกับปี 2567 ด้าน Statista เผยว่า ในปี 2568 ตลาด Beauty & Personal Care ในประเทศไทยจะมีมูลค่า 7.15 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท

โอกาสการเติบโตของ SKIN

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าตลาดสกินแคร์และเครื่องสำอางในประเทศยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดี สวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงความเชื่อมั่นใน T-Beauty ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์จากทุกแบรนด์ได้รับอานิสงส์การเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตของทั้งแบรนด์ Skinsista และ Dermie ผ่านการออกผลิตภัณฑ์ใหม่สอดคล้องกับเทรนด์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับการบำรุงผิวไปด้วย

“ภายใต้กระแส T-Beauty ที่ปลุกกระแสให้ผู้บริโภคหันมาใช้แบรนด์ไทยกันมากขึ้น SKIN ได้ต่อยอดโอกาสนี้อย่างเต็มที่ ผ่านแผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม และขยายช่องทางจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ Skinsista และ Dermie มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุก Segment โดยในครึ่งปีหลังบริษัทตั้งเป้าจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 10 SKU ทั้งในกลุ่มสกินแคร์และเครื่องสำอาง เพื่อสร้างความหลากหลายและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภค นำพาบริษัทไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน”

SKIN มีรายได้จาก 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ จากแบรนด์ Skinsista และ Dermie คือ 1.เซรั่มบำรุงผิวหน้า 2.ครีมกันแดด 3.ครีมบำรุงผิวหน้า 4.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า และ 5.ผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ เครื่องสำอาง

ทั้งนี้ SKIN ได้เดินสายโรดโชว์ 8 จังหวัดไปแล้ว ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่อเนื่อง จากศักยภาพธุรกิจและภาพรวมอุตสาหกรรมความงามไทยที่เติบโตสูง

ทุนจดทะเบียนและแผนการใช้เงิน IPO

SKIN มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 72 ล้านบาท เตรียมเสนอขาย IPO จำนวน 44 ล้านหุ้น คิดเป็น 30.55% ของหุ้นทั้งหมด และเข้าจดทะเบียนในตลาด mai กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องสำอางหรือเวชสำอางบำรุงผิวหน้าหรือผิวพรรณ หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพื่อขยายฐานผลิตภัณฑ์และเพิ่มยอดขาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับโอกาสทางธุรกิจและความเหมาะสมในการลงทุนในอนาคต

รวมถึงใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการตลาดผลิตภัณฑ์ทั้งแบรนด์หลักปัจจุบัน คือ Skinsista และแบรนด์ที่จะมุ่งเน้นทำการตลาดเพิ่มเติม คือ Dermie เพื่อกระตุ้นการรับรู้แบรนด์ต่างๆของบริษัท ผ่านการลงทุนให้ครอบคลุมช่องทางการจำหน่ายหลัก และใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ

ผลประกอบการย้อนหลัง

สำหรับผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี (65-67) บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 282.7 ล้านบาท 272.79 ล้านบาท และ 230.53 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 10.78 ล้านบาท 16.79 ล้านบาท และ 10.67 ล้านบาท ตามลำดับ